Loading...

กลุ่มตรวจสอบภายใน

Office of Internal Audit

ขนาดอักษร
เปลี่ยนการแสดงผล C C C
TH EN
ภาพ

ข้อตรวจพบที่สำคัญจากการตรวจสอบสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 1-16 สป.ทส. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2559

ข้อตรวจพบที่สำคัญจากการตรวจสอบสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 1-16 สป.ทส. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2559
ข้อตรวจพบที่สำคัญ
จากการตรวจสอบสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 1 - 16
สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2559
 
                               ข้อตรวจพบ
                                      ข้อเสนอแนะ/แนวทางการปฏิบัติที่ดี
           ระเบียบ/หนังสือเวียน
                    ที่เกี่ยวข้อง
1. ด้านการเงิน
    1. การควบคุมใบเสร็จรับเงิน
        การควบคุมใบเสร็จรับเงินไว้ให้ตรวจสอบ                 
 
 
เพื่อเป็นการควบคุมภายในที่ดีและสามารถตรวจสอบได้ว่าใบเสร็จรับเงินอยู่ในความรับผิดชอบ
ของผู้ใดบ้าง ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบจัดทำทะเบียนคุมใบเสร็จรับเงินไว้เพื่อให้ทราบ 
และตรวจสอบได้ว่าได้พิมพ์ขึ้นจำนวนเท่าใด ได้จ่ายใบเสร็จรับเงินเท่าใด เลขที่ใดถึงเลขที่ใด
ให้หน่วยงานใดหรือเจ้าหน้าที่ผู้ใดไปดำเนินการจัดเก็บเมื่อวัน เดือน ปีใด
 
    2. การรับเงิน
        การเรียกเก็บหรือรับชำระเงิน เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ
ได้ออกใบเสร็จรับเงินทุกครั้ง แต่ไม่ได้มอบใบเสร็จรับเงิน
ให้แก่ผู้ชำระเงิน
 
เมื่อมีการเรียกเก็บหรือรับชำระเงินให้เจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่จัดเก็บหรือรับชำระเงินออกใบเสร็จ
รับเงินและมอบให้ผู้ชำระเงินทุกครั้ง
                                                                               
 
    3. การเบิกจ่ายเงิน
        มีการเบิกจ่ายค่าติดตั้งและค่าใช้บริการอินเตอร์เน็ต
เพื่อใช้ภายในบ้านพักข้าราชการ โดยไม่ได้รับการอนุมัติ
จากผู้มีอำนาจ
 
 
 
 
การเบิกจ่ายค่าติดตั้งและค่าใช้บริการอินเตอร์เน็ตใช้ภายในบ้านพักข้าราชการ ต้องได้รับการอนุมัติจากผู้มีอำนาจอนุมัติ และในส่วนที่ได้เบิกจ่ายไปแล้ว ให้เรียกคืนเงินแล้วนำส่งคลัง
 
 
 
 
 
    4. การยืม
       มีการอนุมัติให้ยืมเงินตามสัญญายืมเงินฉบับใหม่ โดยผู้ยืมยังมิได้ส่งใช้คืนเงินยืมตามสัญญายืมเงินฉบับเก่า
ให้เสร็จสิ้นไปก่อน
 
ให้ชำระคืนเงินยืมตามสัญญายืมเงินฉบับเดิมก่อนการยืมเงินในครั้งใหม่
 
 
 
2. การปฏิบัติตามกฎระเบียบ
    1. ค่าใช้จ่ายเดินทางไปราชการชั่วคราว
        การขออนุมัติเดินทางไปราชการโดยรถยนต์ราชการ
ไม่ระบุหมายเลขทะเบียนรถยนต์ ไม่ระบุการเบิกค่าเช่าที่พักในลักษณะจ่ายจริงหรือเหมาจ่าย ไม่แนบหนังสือเชิญประชุม หรือแผนการปฏิบัติงานพร้อมกับหนังสือขออนุมัติไปราชการ และไม่แนบหนังสือขออนุมัติในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงพาหนะการเดินทางไปราชการ
 
1. ในการขออนุมัติเดินทางไปราชการทุกๆ ครั้ง ผู้ขออนุมัติเดินทางไปราชการควรแนบหนังสือ
    เชิญประชุม แผนการปฏิบัติงาน และต้องระบุการเบิกค่าเช่าที่พักแบบเหมาจ่ายหรือเบิก
    ตามที่จ่ายจริงไม่เกินอัตราที่ระเบียบฯ กำหนดไว้ โดยต้องเลือกเบิกในลักษณะเดียวกัน
    ในทุกจังหวัด (ทุกท้องที่) ที่ไปปฏิบัติราชการ เพื่อเป็นการควบคุมและบริหารงบประมาณ
    ให้เกิด ประสิทธิภาพ
2. ในกรณีมีการเปลี่ยนแปลงพาหนะที่ใช้ในการเดินทาง ต้องทำหนังสือขออนุมัติกาเปลี่ยนแปลง
    ดังกล่าว เพื่อให้ครอบคลุมสิทธิ์ในการเบิกจ่าย
 
 
 
 
 
 
    2. ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม
        ผู้เข้าร่วมประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เบิกค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทางไปราชการเกินกว่าสิทธิที่พึงได้รับ เนื่องจากผู้จัดการฝึกอบรมจะดำเนินการเบิกจ่ายค่าที่พักและค่าอาหารในช่วงการสัมมนา โดยในกำหนดการประชุมฯ ระบุการจัดอาหารให้ผู้เข้าร่วมประชุมสัมมนา
 
ในกรณีที่ผู้จัดการฝึกอบรมจัดอาหารบางมื้อในระหว่างการฝึกอบรม ให้หักเบี้ยเลี้ยงเดินทางที่คำนวณได้ในอัตรามื้อละ 1 ใน 3 ของอัตราเบี้ยเลี้ยงเดินทางต่อวัน
 
 
 
 
    3. ค่าเช่าบ้านข้าราชการ
        ข้าราชการที่มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านโดยผ่อนชำระเงินกู้เพื่อชำระค่าบ้านตามแบบขอรับค่าเช่า ได้ร่วมกับมารดาเป็นคู่สัญญาในสัญญาซื้อขายบ้านพร้อมที่ดินและมีกรรมสิทธิ์ร่วมกัน โดยทำสัญญากู้เงินสูงกว่าสัญญาซื้อขาย และสถาบันการเงินได้รับรองว่า "หากมีการกู้เงินตามสัญญาซื้อขาย จะต้องผ่อนชำระรายเดือนๆ ละ 4,800 บาท ทำให้ข้าราชการรายนี้เบิกค่าเช่าบ้านได้ตามสัดส่วนของกรรมสิทธิ์ในบ้านหลังดังกล่าวไม่เกินเดือนละ 2,400 บาท ในทางปฏิบัติข้าราชการรายนี้ได้ผ่อนชำระรายเดือนต่ำกว่าที่สถาบันการเงินรับรอง มาเป็นหลักฐานในการเบิกค่าเช่าบ้านเดือนละ 2,400 บาท ส่งผลให้การเบิกจ่ายเงินค่าเช่าบ้านที่ผ่านมาของข้าราชการรายนี้ สูงกว่าที่ได้จ่ายจริงตามสัดส่วนแห่งกรรมสิทธิ์
 
ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบดำเนินการเรียกเงินส่วนที่เกินกว่าสิทธิที่ พึงได้รับจากข้าราชการรายดังกล่าว และนำส่งเป็นรายได้แผ่นดินหรือนำส่งคืนคลังแล้วแต่กรณี
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
    4. ค่าตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ
        การจัดทำหลักฐานการเบิกจ่ายเงินค่าตอบแทน
การปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ ไม่เป็นไปตามรูปแบบ
ที่กรมบัญชีกลางกำหนด
 
 
ในการเบิกจ่ายเงินค่าตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการครั้งต่อไป ผู้เบิกควรจัดทำหลักฐานการเบิกจ่ายฯ ตามรูปแบบที่กรมบัญชีกลางกำหนด
 
 
 
3. ด้านพัสดุ
    1. การจัดซื้อจัดจ้าง
        หน่วยงานได้ดำเนินการจ้างเหมาตามรายการแบบขออนุมัติจัดจ้าง ซึ่งเป็นการเหมาเทปูนพื้นบ้านพักราชการ 5 หลัง มูลค่าการจ้าง เป็นเงิน 4,000 บาท โดยได้มีการ
ตรวจรับการจ้างตามใบตรวจรับพัสดุจากกรรมการตรวจรับการจ้าง และได้มีการเบิกค่าใช้จ่ายจ้างเหมาไว้แล้ว
แต่จากการเข้าตรวจสอบสภาพความมีอยู่จริงภายหลังเสร็จสิ้นการจ้าง พบว่า ยังมิได้มีการดำเนินงานปรับปรุงซ่อมแซมบ้านพักราชการ ทั้ง 5 หลัง ตามข้อตกลงแต่อย่างใด แต่ได้ให้ผู้รับจ้างนำปูนไปสมทบการปรับปรุงงานจ้างเหมาเทพื้นปูนของการจัดจ้างอีกงานจ้าง ซึ่งอยู่บริเวณหน้าอาคารห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์โดยผู้รับจ้าง
รายเดียวกัน ซึ่งเป็นการปฏิบัติไม่เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 71 (2)
 
1. หน่วยงานตรวจรับการจ้าง โดยมิได้ดำเนินการให้เป็นไปตามข้อตกลงในส่วนสมทบการ
    ปรับปรุงงานจ้างไว้อีกงานจ้าง ซึ่งเป็นการดำเนินการไม่เป็นไปตามข้อตกลงถึงแม้ว่าหน่วยงาน
    ราชการจะได้รับประโยชน์ก็ตาม แต่เนื่องจากเป็นการดำเนินการที่ยังไม่ถูกต้องตามระเบียบฯ
    จึงควรกำชับให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้ปฏิบัติตามระเบียบฯ โดยเคร่งครัด
2. หน่วยงานตรวจรับการจ้างโดยมิได้มีการส่งมอบงานหรือรับจ้างทำงานให้จริงทำให้เกิด
    ความเสียหายต่อทางราชการ ควรดำเนินการเรียกเงินคืนการตรวจรับการจ้างที่ได้เบิกจ่าย
    แล้วเต็มจำนวน 4,000 บาท โดยเร่งด่วน
3. ดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 ส่วน 3
    บทกำหนดโทษ ข้อ 10 ต่อไป
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
    2. การควบคุมพัสดุ
        2.1 ครุภัณฑ์ต่ำกว่าเกณฑ์ ไม่ได้บันทึกการควบคุมไว้ในทะเบียนคุมครุภัณฑ์ต่ำกว่าเกณฑ์ ไม่ได้จัดทำรหัสประจำตัวครุภัณฑ์ต่ำกว่าเกณฑ์ให้ครบถ้วนและเป็นปัจจุบัน และไม่บันทึกประวัติการซ่อมและบำรุงรักษา
 
ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบบันทึกการควบคุมในทะเบียนคุมครุภัณฑ์ต่ำกว่าเกณฑ์ แต่ไม่ต้องดำเนินการคิดค่าเสื่อมราคา และกำหนดรหัสประจำตัวครุภัณฑ์ต่ำกว่าเกณฑ์ พร้อมทั้งเขียนรหัสติดไว้ที่ตัวครุภัณฑ์
 
 
        2.2 การบันทึกทะเบียนคุมทรัพย์สิน
ไม่เป็นปัจจุบัน บันทึกข้อมูลไม่ครบถ้วน เช่น ไม่บันทึก วันที่ได้มา ราคาต่อหน่วย ราคารวม และบางรายการจัดซื้อหรือได้รับบริจาคยังไม่นำเข้าระบบ GFMIS
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบตรวจสอบเอกสารหลักฐานการได้มาของทรัพย์สินทุกรายการ และดำเนินการดังนี้
1. บันทึกข้อมูลรายการประวัติการได้มาของทรัพย์สิน วันที่ได้ด้มา ราคาต่อหน่วย ราคารวม
     ให้ครบถ้วน
2. สำรวจรายการครุภัณฑ์ตามทะเบียนคุมทรัพย์สินของสำนักงานเปรียบเทียบกับรายกาทรัพย์สิน
    ในระบบ GFMIS ที่สำนักบริหารกลางจัดส่งให้สำนักงานดำเนินการตรวจสอบความถูกต้อง
    ครบถ้วน และถือปฏิบัติในส่วนที่เกี่ยวข้องดังนี้
      2.1 รายการทรัพย์สินที่จัดซื้อและยังไม่ได้นำเข้าระบบ GFMIS ให้จัดส่งข้อมูลรายละเอียด
            สินทรัพย์ (วันที่ได้มา ราคา) ให้สำนักบริหารกลาง เพื่อนำเข้าข้อมูลในระบบ GFMIS
            ต่อไป
      2.2 รายการทรัพย์สินที่ได้รับบริจาค และยังไม่ได้นำเข้าระบบ GFMIS ให้จัดส่งข้อมูลการได้
            รับบริจาค (รายการทรัพย์สินที่ได้รับบริจาค วันที่ได้มา ราคา) ให้สำนักบริหารกลาง
            เพื่อขอความเห็นชอบการรับบริจาคทรัพย์สิน และนำเข้าข้อมูลในระบบ GFMIS ต่อไป
4. ยานพาหนะ
   การใช้รถยนต์ราชการ
       การใช้รถราชการ มีบางครั้งที่การปฏิบัติไม่เป็นไปตามระเบียบสำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ว่าด้วยการใช้ การเก็บรักษา และการซ่อมบำรุงรถส่วนกลาง พ.ศ. 2546 ข้อ 13 และ 14 ดังนี้
      1. มีการจัดทำบันทึกการขออนุญาตใช้รถ (แบบ 3) แต่ไม่มีการบันทึกการใช้รถ ในสมุดคุมทะเบียนรถ (แบบ4)
      2. มีการบันทึกการใช้รถในสมุดคุมทะเบียนรถ (แบบ 4) แต่ไม่ได้จัดทำบันทึกการขออนุญาตใช้รถ (แบบ 3)
       3. ชื่อผู้ขอใช้รถในสมุดคุมทะเบียนรถ (แบบ 4)
ไม่ตรงกับบันทึกการขออนุญาต ใช้รถ (แบบ 3)
       4. บันทึกเลขไมล์ซ้ำ/บันทึกเลขไมล์ย้อนในสมุด
คุมทะเบียนรถ (แบบ 4)
       5. รถราชการ ขาดการต่อภาษีรถยนต์ประจำปี
 
 
สำนักงานฯ ควรกำกับดูแลเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบถือปฏิบัติตามระเบียบสำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ว่าด้วยการใช้ การเก็บรักษา และการซ่อมบำรุงรถส่วนกลาง พ.ศ. 2546 และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยรถราชการ พ.ศ. 2523 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยเคร่งครัด
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
3. ระบบการควบคุมภายใน
 
 
 
       6. สำนักงานฯ ได้จัดทำแบบการขออนุญาตใช้รถและการบันทึกการใช้รถขึ้นมาใหม่ โดยนำข้อความและรายละเอียดของทั้งใบขออนุญาตใช้รถ (แบบ 3) และ
ใบบันทึกการใช้รถ (แบบ 4) มารวมอยู่ในแบบเดียวกัน เพื่อนำมาใช้ในสำนักงาน
 
 
 
สำนักงานฯ ควรกำกับดูแลเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบและผู้ที่เกี่ยวข้องต้องปฏิบัติ ดังนี้
1. ให้ผู้ขอใช้รถยนต์ราชการจัดทำใบขออนุญาตใช้รถและต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้มีอำนาจ
    ทุกครั้งก่อนนำรถออกไปปฏิบัติราชการ
2. ก่อนนำรถออกจากสำนักงานฯ ทุกครั้ง พนักงานขับรถยนต์ต้องมีใบขออนุญาตใช้รถที่ได้รับ
    ความเห็นชอบจากผู้มีอำนาจเรียบร้อยแล้ว และบันทึกรายการใช้รถทุกครั้งที่นำรถออก-กลับ
    ถึงสำนักงานฯ โดยบันทึกรายการในสมุดบันทึกการใช้รถให้ครบถ้วนตรงกับใบขออนุญาต
    ใช้รถ (เลขไมล์/การเติมน้ำมัน) เพื่อเป็นหลักฐานการเบิกจ่ายเชื้อเพลิงและใช้เป็นข้อมูล
    ในการทดสอบการใช้น้ำมัน